Excuse me? น้องถาม-พี่ตอบ สอบเข้า อยากติว รับติว
 
ใครอยากเรียนด้านนี้ต้องอ่าน (Update)
เห็นว่ามีผู้สนใจที่จะสอบคณะนี้เยอะ จึงขอนำกระทู้นี้มาอัพเดท ให้อ่านอีกครั้งโดยผมเสริมเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องติวของ คุณ ชลาชินี ศุกระรุจิ ที่โพสเอาไว้มารวมไว้ในนี้เลยจะได้ไม่ต้องเปิดไป เปิดมา (ขออนุญาตไว้ตรงนี้ด้วย)

ผมขอเสนอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ อยากให้มีบุคลากรในคณะมาช่วยกันตอบปัญหาให้เด็กๆ ที่เขาสนใจให้หายสงสัย เพราะผมสังเกตุดูบางกระทู้จะไม่มีคนตอบ ผมเองก็เป็นแค่คนนอกที่คันหาและศึกษาเอง เพราะลูกผมต้องสอบ อะไรที่มันละเอียดมากลึกมากผมก็ไม่ทราบ แต่ถ้าผมทราบผมก็จะตอบให้ สงสารเด็กๆ ที่อยากเข้าเพราะในตอนแรก ผมก็ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ (เป็นแค่ข้อแนะนำเท่านั้นนะครับ)

ผู้ที่จะเข้าเรียนด้านที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปแขนงต่างๆ จะต้องหมั่นเข้าเช็ค Web ของสถานศึกษาที่เราหมายตาเอาไว้บ่อยหน่อยโดยเฉพาะช่วง ส.ค.-ก.ย. ของแต่ละปีเพราะจะเป็นช่วงที่สถาบันต่างๆจะเปิดรับสอบตรง จะขอยกตัวอย่างเฉพาะที่อยู่ใน กทม. เช่น ม.ศิลปากร, จุฬา, มศว, รวมทั้ง ม.ราชมงคลบางแห่ง และจะสอบช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.ช่วงเดียวกับที่สอบ Admission ฉะนั้นผู้ที่เรียนอยู่ ม.6 และต้องการจะเรียนด้านนี้ทำใจได้เลยว่า เดือน ต.ค.ต้องสอบทั้งเดือน

เพราะถ้าพลาดจากช่วงนี้แล้วโอกาสที่จะเข้าเรียนด้านนี้จะเหลือแค่ยื่นคะแนน Admissionกลางเท่านั้น จะเหลือสถาบันที่รับด้านนี้น้อยมากๆๆๆๆ (เพราะปัจจุบันนี้ผมคิดว่า 70% -80% ที่สถาบันต่างรับเองก็คือสอบตรง) เท่าที่ทราบจะมี พระจอมเกล้าลาดกระบังฯ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชานิเทศศิลป์ เอกนิเทศศิลป์, เอกภาพยนตร์และวิดีโอ, เอกถ่ายภาพ ทั้งหมดจะรับประมาณ 90 คน เป็นสถาบันเดียวที่รับ 100%, จุฬาฯ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชานฤมิตศิลป์ไม่ได้รับ 100% จะมีรับตรงส่วนหนึ่ง, ม.เชียงใหม่ คณะวิจิตรศิลป์ ภาควิชาออกแบบ เช่นเดียวกับจุฬาฯ ไม่ได้รับ 100%, ม.ราชมงคลบางแห่ง, ม.ราชภัฎฯ บางแห่ง

มีบทความจากกระทู้ที่ผมคิดว่าดีมาก แต่ผมจำไม่ได้ว่าผู้โพสกระทู้ชื่ออะไร(ต้องขอโทษด้วย) จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่จะเรียนด้านนี้

ข้อความ : เรียนนิเทศศิลป์ นฤมิตศิลป์ ออกแบบ เรียนยังไง จบไปทำอะไรได้บ้าง เรียนที่ไหนได้ สอบยังไง

คำถามที่มักจะเจอบ่อยๆ สำหรับสาขาวิชานี้คือ
แต่ละที่ต่างกันยังไง?
เรียนที่ไหนถึงจะดี?
จบมาทำอะไรได้บ้าง?

จะโม้ให้ฟัง
=====================================================
สาขานิเทศศิลป์, ออกแบบสื่อสาร, นฤมิตศิลป์ (สาขาเรขศิลป์), วิจิตรศิลป์ สาขาการออกแบบ สาขาทั้งหมดที่กล่าวมาอาจจะเรียกรวมๆว่าพาณิชยศิลป์ (Commercial Arts) ความหมายก็คือศิลปะเชิงพานิชย์หน่ะเอง

=====================================================
ชีวิตในมหาลัย

สำหรับการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย ก็จะคล้ายๆกันทุกที่
ในช่วงปีต้นๆของการเรียน จะต้องเรียน วิชาพื้นฐานทฤษฎีศิลปะ, การออกแบบ, ทฤษฎีสี, วาดเส้น และวิชานอกคณะได้แก่พวกสังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ

แต่พอขึ้นปีสองปีสาม แต่ละสถาบันก็จะเริ่มมีการสอนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็แล้วแต่หลักสูตร และความเป็นมาเบื้องหลังของอาจารย์ที่นั่น

แต่พอถึงปีสุดท้าย นักศึกษาทุกๆที่ ก็จะต้องทำอะไรที่คล้ายๆกันอย่างหนึ่งคือต้องมีการทำวิทยานิพนธ์ / ศิลปนิพนธ์ หรือที่เรียกว่า Art Thesis ซึ่งจะเป็นการประมวลความรู้ที่เราเรียนมาตลอดระยะเวลาสี่ปีว่าเราสามารถทำงานจริงได้ขนาดไหน

สำหรับระยะเวลาการทำ Thesis ก็กินเวลาทั้งเทอม คือทั้งเทอมทำไอ้นี่อย่างเดียว ไม่ต้องไปทำอย่างอื่นเลย จะต้องคอยสอบกับคณะกรรมการดเป็นระยะๆ ตั้งแต่เลือกหัวข้อที่จะทำด้วยตัวเอง

คือพอจบปั๊บจะต้องมีหนังสือเล่มหนาๆเล่มนึงกับผลงานที่จะต้องเอาไปจัดนิทรรศการให้คนทั่วไปดู

สำหรับคำถามที่ว่าจบไปแล้วสามารถไปทำอะไรได้บ้าง คำตอบมีดังนี้ครับ พี่จะเอาเฉพาะอาชีพที่ตรงกับสาขาวิชาเท่านั้นนะ ส่วนใครจบไปจะแหกคอกไปทำอย่างอื่นก็ได้ เอาไว้เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดต่อไป

ย้อนกลับมาว่าเรียนยากมั๊ย
คือถ้าน้องเป็นคนที่มีใจรักศิลปะ รักสวยรักงาม มีเทสต์ในการเลือกของใช้ส่วนตัว ช่างสังเกต ชอบขีดๆเขียนๆ วาดรูปเล่น ชอบคิดอะไรใหม่ๆ ชอบคอมฯ ชอบงานออกแบบ หรืออ่านหนังสือ Wall Paper / Surface / Art4D นั่นแหละ น้องเรียนได้แน่ๆ

การเรียนที่ว่ายากไม่ยากขึ้นอยู่กับผู้เรียน สาขาวิชาสายอาชีพแบบนี้ไม่ค่อยมีการสอบ มีแต่การทำงานส่ง ผลงาน ไอเดีย และความขยันจะเป็นตัววัดว่าเราจะเรียนรอดป่าว

=====================================================

อาชีพหล่ะ ทำไรได้มั่ง

เมื่อกี้ติดค้างยังไม่ได้เล่าให้ฟังว่า จบสายนิเทศศิลป์มาทำไรได้เยอะแยะ ซึ่งพี่จะแยกแยะตามอาชีพต่างๆได้ดังนี้


1. Graphic Designer หรือเรียกว่า "นักออกแบบกราฟฟิก"
นักออกแบบกราฟฟิก ก้อสามารถแยกย่อยออกได้อีกคือ

1.1.Web Graphic Designer ชื่อบอกกันโต้งๆว่าออกแบบเวบ
นักออกแบบเวบ ก็มีสองลักษณะ คือทำอยู่กับบริษัทที่นักออกแบบเป็นใหญ่ อันนี้ก็จะรุ่ง อย่างเช่นบริษัท Ogilvy One + Ogilvy Interactive ในเครือ Ogilvy เอเยนซี่ยักษ์ใหญ่ แต่ถ้าไปอยู่บริษัทที่โปรแกรมเมอร์เป็นใหญ่ ก็จะไม่รุ่ง งานออกแบบก็จะเละ ไม่เป็นโล้เป็นพาย ชีวิตนักออกแบบจะอับเฉา ยิ่งถ้าไปอยู่ประจำตามเวบธุรกิจ ขายของยิ่งไปกันใหญ่ ยกเว้นว่าจะ
สู้จริงๆ ลักษณะการทำงานก็จะออกแบบเวบเพจ และทำสื่อมัลติมีเดีย อินเตอร์แอคทีฟต่างๆ

1.2.Advertising Graphic Designer Graphic Unit เป็นนักออกแบบกราฟฟิกที่ต้องอยู่กับสินค้านานชนิด ทำงานได้ทุกอย่างทุกประเภท ตั้งแต่งานออกแบบ สิ่งพิมพ์ โปสเตอร์ ไดเรกเมล์ บิลบอร์ด ยันออกแบบบูท สินค้าที่ระลึก หรือบรรจุภัณฑ์ อยู่กับบริษัทโฆษณามีข้อดีคือ เงินเดือนเยอะ และข้อสำคัญ มีเวทีให้คุณประกวดงาน ถ้าดังได้รางวัลจาก Cannes กับ D&AD ก็รับรองว่าจะไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเงินเดือนอีกต่อไป แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เข้าไปทำด้วยว่า ส่งเสริมเรื่องนี้หรือเปล่า

1.3.Graphic Designer / Artist ประจำ Graphic House
นักออกแบบประจำกราฟฟิกเฮาส์ ซึ่งลักษณะการทำงานจะคล้ายๆกับทำอยู่กับเอเยนซี่ แต่จะทำอะไรได้อิสระขึ้น ได้ทดลองทำอะไรที่มันส์ๆได้ กราฟฟิกเฮาส์ที่ดังๆก็ได้แก่
Blind, Color Party, G49 ที่เป็นเครือของ A49 ซึ่งเป็นเจ้าของนิตยสาร Art 4D อีกพวกนึงที่อาจจะอยู่ในกลุ่มนี้ได้ ก็ได้แก่นักออกแบบที่อยู่ประจำนิตยสาร ซึ่งที่ดังๆก็ได้แก่ DNA, DAY BED, aDAY, Art 4D หรือเครืออมรินพริ้นติ้ง

1.4.Graphic Designer ประจำบริษัท หรือหน่วยงานต่างๆ
อันนี้ก็จะกร่อยหน่อยนึงถ้าเลือกทำ แต่ถ้าอยู่กับฝรั่งก็เงินเดือนดี แต่ก็ยังแห้วอยู่ดี เพราะพวกเราจะไม่มีทางโตได้ในบริษัทเหล่านี้

2. Art Director
หรือผู้กำกับศิลป์ หรือจะเรียกว่านักออกแบบ นักคิดโฆษณาก็ได้ พวกเขาเหล่านี้อยู่ตามบริษัทโฆษณาชื่อดัง คอยคิดโฆษณาประหลาดๆแหวกแนว เป็นต้นว่าโฆษณา โซเคน หรือหนอนยูนิฟ กรีนที ลักษณะงานคือจะนั่งคิดโฆษณา คิดหนังโฆษณา และจะทำงานร่วมกับก๊อบปี้ไรท์เตอร์ ใครที่เข้าใจว่า เรียนนิเทศถึงจะทำงานคิดโฆษณาก็ให้คิดใหม่นะครับ เพราะพวกนิเทศเค้าจะเป็นก๊อบปี้ไรท์เตอร์ (Copy Writer) คือคิดคำพูดในโฆษณา หรือคิดโฆณาวิทยุ คิดบทพูด

เป็นอาชีพที่เงินดี แต่ทำงานหนักยิ่งกว่าวัวควาย กลับบ้านเลยเที่ยงคืนบ่อยๆ ต้องไปคุมผู้กำกับถ่ายหนัง ดูคนตัดต่ออีกสารพัด หน้าที่กว่าจะออกเป็นโฆษณาเรื่องนึง ที่คนอยากเป็นกันเยอะเพราะเงินเดือน กับมีเวทีให้ประกวดงานโฆษณาอย่าง Cannes กับ D&AD

3. Animator
นักออกแบบอนิเมชั่น ที่ฮิตๆอยากจะเป็นกันเยอะแยะ แต่น้องเอ๋ย รู้ป่าวว่า Nemo เรื่องนึง ใช้คนกี่คน แต่ถ้าชอบก็เอาเลย ถ้าเก่งเมื่อไหร่ รับรองรุ่ง ลักษณะงานก็จะคล้ายงานโฆษณา แต่โหดกว่า ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ถ้าเขียนการ์ตูนเก่ง ชอบคอม ก็ลุยเลย ค่าตอบเแทนของอาชีพนี้จัดว่าสูงเอาการ สตูดิโอที่ดังๆก็รู้ๆกันอยู่คือ กันตนา กับ Imaginmax ถ้าเรียนด้านนี้โดยตรงก็ที่ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.รังสิต ภาควิชาคอมพิวเตอร์อาร์ต ดังสุด เครื่องมือพร้อมสุด

4. Motion Graphic Designer
จริงๆ พวกนี้ก็จัดอยู่ในกลุ่มทำเวบกับอนิเมเตอร์ เรียกว่าคนที่จบภาพยนตร์ ลาดกระบังมาจะทำงานได้ตรงกว่า แต่ถ้าเราเรียนแล้วชอบทางนี้ เราก็ทำได้เหมือนกันนะ เฮาส์ที่ดังๆก็ได้แก่ ฟีโนมีนา และแมชชิ่ง สตูดิโอ

5. Environmental Graphic Designer
งงอ่ะดิ ว่าทำอะไรกันหน่ะอาชีพนี้ มีด้วยหรอ ก็นักออกแบบกราฟฟิกในนิทรรศการ หรือป้ายสัญลักษณ์ต่างๆแหละ เป็นต้นว่าป้ายธนาคาร หรือถ้าห้างสักห้างจะเปิดตัว ก็ต้องออกแบบกราฟฟิกในอาคาร และนอกอาคาร นักออกแบบพวกนี้จะทำ interior+exterior graphic อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นวัตถุสามมิติ
อันนี้รวมถึงนักออกแบบนิทรรศการด้วยนะ แต่อาชีพนี้ที่มีสอนตรงๆก็ที่ศิลปกรรมฯ จุฬา ภาควิชานิทรรศการศิลป์ สำหรับบริษัทที่ดังๆก็ได้แก่ Urban Graphic,G49

6. Illustrator / Digital Artist
นักออกแบบภาพประกอบ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อหนังสือ นิทาน นิยาย หรือหน้าปกนิตยสาร โดยมากจะทำงานแบบศิลปิน ไม่สังกัดบริษัทไหน โดยมากจะผ่านงานมาแล้วหลายปี
และต้องมีทักษะและสไตล์ที่โดดเด่นพอ จึงจะมีงานเรื่อยๆ

7. Visualizer / Digital Artist
คล้ายกับข้อหก แต่จะเน้นมาทางด้านตกแต่งภาพมากกว่า
หรือจะเรียกอีกอย่างว่า Retoucher ก็ได้ ลักษณะการทำงานก็คือจะมีหน้าที่ตกแต่งภาพ ตามที่กราฟฟิก หรืออาร์ตไดเรกเตอร์จากบริษัทโฆษณา กำหนดมา ทำโปสเตอร์หนัง ทำภาพประกอบหนังสือ โดยพวกนี้จะเป็นเซียนเหนือเซียน Photoshop และ Illustrator โดยตรง ค่าตอบแทนจัดว่าสูงมาก แต่ต้องแลกกับการอดหลับอดนอน โดยจะทำงานอยู่นบริษัททำรีทัชที่มีชื่อเสียงได้แก่ Illusion, remix, Zone Retouch เป็นต้น

8. อาชีพนักออกแบบอิสระ หรือเรียกว่า Freelance Designer ซึ่งนักออกแบบที่ทำงานประจำในบริษัทก็ สามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้ ถ้าคิดว่าเวลานอนมีเยอะเกินไป เรียกว่าถ้าทำได้ก็มีแต่ได้กับได้ครับ นอกจากนี้แล้ว นักออกแบบกราฟฟิก สามารถผันตัวเองไปทำอย่สอื่นที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและการออกแบบได้อีก เช่น นักถ่ายภาพ นักออกแบบนิทรรศการและเวที สไตล์ลิสต์ นักออกแบบแฟชั่น นักออกแบบเครื่องประดับ หรีอศิลปินและจิตรกรอิสระเป็นต้น

ที่กล่าวมาก็พอจะสรุปได้คร่าวๆว่า ถ้าพ่อแม่ ลุงป้าน้าอาทวดยายตาย่าเหลนถามว่า จบไป ทำอะไรกิน ก็จะได้สาธยายให้เค้าฟังได้ รวมๆจัดว่าค่าตอบแทนวิชาชีพใช้ได้-ดีมากๆ(ดีจนน่าตกใจ ถ้าได้เป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ดังๆ) ไม่ตกงานแน่ๆ แถมรับงานได้อีก อันนี้ก็เป็นข้อได้เปรียบของคนที่เรียนสายวิชาชีพ อย่างน้อยก็อุ่นใจว่าสามารถทำงานได้ด้วยตัวคนเดียว เพราะมี Skill ติดตัว

=====================================================
จะไปเรียนได้ที่ไหนบ้างเนี่ยยยยย

พี่จะแนะนำโดยยึดจาก อัตราการสอบเข้า ความฮิต และผลงานของบัณฑิตรุ่นพี่ๆนะ และบวกกับประสบการณ์ที่ทำงานอยู่ในบริษัทโฆษณา ไม่ได้มีเจตนาจะชี้นำ หรือค่อนแคะสถาบันไหนนะครับ เพราะต้องยอมรับเรื่องวงการการศึกษาบ้านเราที่ปาวๆว่า ทุกมหาลัยเท่ากันๆ อย่าไปเชื่อ โม้มากๆ พวกผู้ใหญ่พยายยามทำให้ทุกมหาลัยและค่าของปริญญาห่วยเท่ากัน ไม่ใช่ดีเท่ากัน
เอาหล่ะ เข้าเรื่องดีก่าว่าเรียนไหนดี

- คณะมัณฑนศิลป์ สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ ศิลปากร : สอบดรออิ้งกะออกแบบนิเทศ ที่ต้องผ่านห้าสิบทั้งสองวิชา ถ้าตำกว่าแม้วิชาใดวิชาหนึงก็กินแห้ว อดเข้า

- คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ ลาดกระบัง : สอบความถนัดทางนิเทศศิลป์ มีเกณฑ์ขั้นต่ำนะจำไม่ได้ว่าห้ามต่ำกว่าเท่าไหร่ สังกัดคณะถาปัด แต่เรียนสี่ปี และไม่มีอะไรเกี่ยวกับถาปัด เพียงแต่อยู่ในสังกัด (สมัยก่อน มีเรียนร่วมกับพวกถาปัด แต่ปัจจุบันแยกกันอยู่ แยกกันบริหาร)

- คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ บางมด : น้องใหม่ มาแรง เป็นอินเตอร์นะ (เรียน 5 ป๊)
ในปี 2551 จะมีเปิดภาควิชามีเดียอาร์ต (รับตรงอย่างเดียว)
เรียนที่ มจธ.วิทยาเขตบางขุนเทียน

- คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ สาขาการออกแบบเรขศิลป์ จุฬาฯ :มีชื่อภาษษอังกฤษว่า Creative Arts สอบทฤษฎีนฤมิตศิลป์ ปฏิบัตินฤมิตศิลป์ พ่วงด้วยคณิตศาสตร์อีกวิชานึง แต่ไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ รับน้อยไปหน่อย แค่ 25 - 28 คนต่อปี
เป็นคณะที่เข้าไปเรียนรวมตอนปีหนึ่ง แล้วค่อยเลือกเมเจอร์ตอนปีสอง มีGraphic Fashion Ceramics Exhibitions ให้เลือเรียน

- คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชาการออกแบบสื่อสาร มศว ประสานมิตร : สอบตรงอย่างเดียว ยื่น Portfolio ที่ต้องมีงานออกแบบนะ ไม่ใช่พอร์ตประเภทรางวัลมารยาทงาม ประกวดเรียงความดีเด่น และสอบข้อเขียน

- คณะครุศาสตร์ สาขาศิลปศึกษา จุฬาฯ : อย่าเพิ่งร้องจ๊ากว่าต้องเป็นคุนคู มีเป็นแค่ไม่ถึงสิบเปอร์เซนต์หรอก สอบวัดแวว กับความรู้ความถนัดทางศิลป์ ที่รวมเอาทฤษฎีกะปฏิบัติเข้าด้วยกัน
Paradox ก้อเกิดขึ้นที่นี่ พี่ป๊อด โมเดิร์นด๊อกก็ด้วยยยย เอ๊ะ ไม่เกี่ยวกับออกแบบนี่หว่า

- คณะวิจิตรศิลป์ สาขาการออกแบบ ม.เชียงใหม่ : น้องใหม่ของวงการออกแบบทางเหนือ ปีนี้สอบใช้ คะแนนนฤมิตสอบ น่าเรียนเหมือนกันนะ บรรยากาศดีมากๆ

- คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ ม.ขอนแก่น : ใช้ข้อสอบลาดกระบัง ที่นี่เค้าก็ดังนะ คนในวงการก็แยะ

- คณะศิลปกรรมฯภาควิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ ม.กรุงเทพ ม.รังสิต ภาควิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คอมพิวเตอร์อาร์ต
เอแบค สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์(อินเตอร์) พวกนี้เจ๋งหมด
เรื่องอุปกรณ์ ความพร้อมของสถานที่ ชนะมอของรัฐทุกที่แบบไม่เห็นฝุ่น เรื่องวิชาการก็เทียบเท่า เด็กจบมาก็เก่ง ถ้าตัดค่านิยมทิ้งไปก็โอเคเลยแหละที่จะเข้าไปเรียน

=====================================================

แนะนำสถานที่ติว+เรื่องอื่นๆ ใครกำลังงงๆลองเข้ามาอ่านดูค่ะเผื่อจะช่วยได้

เรื่องติวจะติวอะไรก็แล้วแต่ที่น้องจะเรียนในคณะมัณฑนศิลป์นะคะ มีที่เรียนที่พอจะแนะนำให้ได้ดังนี้

1.ติวกับพี่เชษฐ์ อยู่ในซอยข้างภัทราวดีเธียร์เตอร์ วังหลัง เดินเข้าซอยไปค่ะจะเห็นอาคารพาณิชย์ทาสีเจ็บๆ (ไม่รู้ว่าทาสีใหม่หรือยังนะ) นั่นแหล่ะค่ะเข้าไปคุยกับพี่เค้าดู

2.ตึกป๋า อยู่ติดกับแฟลตมหาวงษ์ อยู่ในซอย พอลงสะพานปิ่นเกล้ามาฝั่งธนแล้วให้ชิดขวาเตรียมกลับรถแล้วไป U-Turn ใต้สะพานปิ่นเกล้า ขับตรงไปเรื่อยๆ ผ่าน 7-11 ไปหน่อยจะเจอร้านขายหูฉลาม ซอยที่อยู่ติดกับร้านขายหูฉลามนั่นแหล่ะ เข้าไปเป็นซอยตันสุดซอยจะเห็นศาลพระภูมิ ตึกป๋าอยู่ตรงนั้นค่ะ

3.ติวกับรุ่นพี่ที่เค้านั่งติวน้องๆอยู่ในบริเวณของมหาลัย ได้แก่ มัณฑนศิลป์จะอยู่สวนแก้ว หรือหน้าอาคารศูนย์รวมคณะโบราณคดี ถ้าเป็นสถาปัตย์ก็อยู่หน้าคณะสถาปัตย์ ถ้าเป็นจิตรกรรมก็อยู่หน้ายูเนี่ยน(โรงอาหารนั่นเอง!) กับหน้าคณะจิตรกรรม ถูกใจใครก็ถามดูว่าเราจะติวอะไร พี่สอนมั้ย คิดเท่าไหร่ จะถามคำถามลองภูมิอะไรก็ว่าไปแต่อย่าให้เค้ารู้ เดี๋ยวมีเคือง..นอกนั้นเรื่องเวลาเรียนก็แล้วแต่จะตกลงกับพี่ที่สอน

4.สถานที่ติวอื่นๆที่คงจะหาไม่ยากถ้าจะพยายาม ย้ำ! ถ้าพยายาม....

5.แนะนำอะไรดีๆให้ ขอให้ขยันๆกันนะคะ ขอคนเอาจริงหน่อยนะ ไม่ใช่อยากจะเข้าเพราะมันดังหรือจะมาทำตัวเด่นอะไรก็แล้วแต่ เพราะมันแย่งที่นั่งคนที่อยากเรียนจริงๆจ้ะ

ส่วนเรื่องว่าจะมีสอบตรงมั้ย สอบเมื่อไหร่ มีติว7วันมั้ย
ตอบ มีทุกอย่างที่ว่ามาข้างบนนี่

จะอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร ก็ต้องคอยติดตามเอาจากหน้าเว็บของคณะ หรือถ้าสะดวกก็มามหาลัยเลยก็ได้ช่วง ต้นตุลา หรือก่อนหน้านั้นหน่อยสัก1-2อาทิตย์ เพราะจะสอบประมาณตุลาฯ ถ้าเค้าไม่มีเลื่อนหรืออะไรจุกจิกก็ประมาณนั้น ค่าเรียนก็ไม่น่าเกิน 700 หรือ 777 ก็แล้วแต่ อันนี้ไม่รู้แฮะ

เรื่องการสอบขอให้ติดตามกันดีๆนะคะ แค่เรื่องการจำวันสอบผิดแล้วทำให้เราพลาดสอบเนี่ยมันไม่ควรเกิดขึ้นนะคะ โอกาสมันก็พลาดกันได้ง่ายๆนะ แค่เรื่องจำผิดจำถูก แล้วก็เรื่องสุขภาพกับการเตรียมอุปกรณ์ไม่ครบ ไม่พอ อย่ากลัวใครจะมองเราว่าบ้าหอบฟาง หอบมาทั้งกองแต่เอ็นฯติดได้ 100 เต็มใครจะว่าอะไรก็ช่างมันแต่ ตู ติด เว้ย! อะไรแบบนั้น...

ติดตามกันดีๆนะเรื่องวัน เวลาสอบ ดูให้ดี โอกาสมีน้อยต้องคว้ามาให้ได้....สู้โว้ย!

ปล.พี่อยู่ตอบให้ปีสุดท้ายแล้วนา ใครช่วยที ช่วยตอบคำถามต่อๆกันไปแล้วกันนะคะ เข้าใจว่าบางทีน้องก็ไม่รู้จะไปหาข้อมูลจากไหน (ถามคนในแหล่ะง่ายสุด) .. (คิดแบบนี้กันใช่มะ)
อ้อ ลืมบอกไป ใครที่จะติวกับรุ่นพี่ที่สวนแก้วตามที่ความคิดเห็นที่ 1 บอกไปก็คือ วันเสาร์ - อาทิตย์นะคะ
ส่วนที่อื่นๆเอาให้แน่ๆเลยก็เสาร์-อาทิตย์เช่นกัน แต่เรียนจริงๆก็คงจะมีวันธรรมดาให้เลือกเช่นกันจ้า


**ล่าสุด เรื่องการสอบปีการศึกษา 2551 นี้ การรับเข้าจะไม่มีการสอบรอบ 2 นะคะ ไม่มีโควต้า ไม่มีการรับเพิ่ม การคัดเลือกจะเป็นการรับคนที่มีคะแนนสูงสุดจากบนลงล่างให้ครบจำนวนคนค่ะ ต้องทำคะแนนแข่งกันให้ดีๆ มีโอกาสครั้งเดียวเท่านั้น สำหรับผู้ที่จะเข้าเรียนปีนี้นะคะ **
ปล.ถ้าข้อมูลมีการผิดพลาด คาดว่าคงจะไม่ผิดไปจากนี้มากมายค่ะ

คำอธิบายเกี่ยวกับคณะมัณฑนศิลป์ ว่าเราเรียนอะไรกันบ้างแบบพอสังเขปนะคะ
คณะมัณฑนศิลป์ = การออกแบบ
มี 6 ภาควิชา
1.ออกแบบตกแต่งภายใน
2.ออกแบบนิเทศศิลป์
3.ออกแบบประยุกต์ศิลป์
4.ออกแบบผลิตภัณฑ์
5.ออกแบบเครื่องเคลือบ
6.ออกแบบเครื่องประดับ
7.ออกแบบเครื่องแต่งกาย *** เพิ่งมี
------ ตกแต่งภายใน = ออกแบบจัดสถานที่ ออกแบบร้าน / ห้อง ฯลฯ ที่เป็นลักษณะอยู่ในตัวอาคารน่ะค่ะ
เช่น ออกแบบร้านอาหารไทยในต่างแดน ออกแบบห้องสมุดเคลื่อนที่ ฯลฯ ( ในความคิดพี่ตกแต่งยากโคตร!)
--------ออกแบบนิเทศศิลป์ = กราฟฟิคต่างๆ ทุกอย่างเลย ทั้งอนิเมชั่น ภาพยนตร์ หนังสือ โฆษณา เซ็บไซด์ ฯลฯ
เช่น ภาพประกอบหนังสือ คอมมิค บิลบอร์ด(ป้ายโฆษณาใหญ่ๆที่มันพังลงมาทับคนตายตอนฝนตกหนักๆอ่ะ)โปสเตอร์ แพ๊คเกจ เลขนศิลป์สิ่งแวดล้อม(ได้แก่พวกป้ายต่างๆ Pictogram = คนตัวดำๆที่แสดงว่าเป็นห้องน้ำหญิง-ชายอ่ะแหล่ะ หรือจะเป็นป้ายเหลืองๆที่ชอบแขวนกันบนรถส่วนตัวว่า Child in Car เป็นต้น(เป็นต้นนะ- -*))
---------ออกแบบผลิตภัณฑ์ = ออกแบบเครื่องใช้ของใช้ทั้งหลายทั้งปวงที่สามารถจะออกแบบเอามาทำมาหากินได้.... ตั้งแต่นาฬิกาข้อมือยันช้อนส้อม ไม้แขวนเสื้อก็ไม่เว้น...ออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย สะดวก สวยงาม ดูดี เพิ่มหรือลด แก้ไขส่วนบกพร่องของผลิตภัณ์ หรือสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อตอบสนองความสะดวก
เช่น นาฬิกาข้อมือเก็บขยะได้ (เอาเปลือกลูกอมยัดลงไปได้) หรือนาฬิกาที่เป็น Thum Drive ในตัว (สะกดผิดขออภัย อังกฤษไม่ปึ้ก) ไปจนถังขยะรูปร่างหน้าตาแปลกๆ ที่มันทำอะไรแปลกๆได้ (ถ้างงก็อ่านแล้วปล่อยไปไม่ต้องคิดตามนะเดี๋ยวไมเกรนจะถามหา)
----------ออกแบบประยุกต์ศิลป์ศึกษา ใกล้เคียงกับจิตรกรรมมากที่สุด พี่ไม่รู้เรื่องที่สุด และมีคำอธิบายน้อยที่สุดเพราะพี่ไม่รู้นั่นเอง....จบข่าว
ไม่รู้จะว่าไง นึกภาพเอา จิตรกรรม + ออกแบบ = ประยุกต์ดูแล้วกัน ( ????? )
------------เครื่องเคลือบ = เซรามิก
เช่น ออกแบบกาน้ำชาแฟนซี แต่เราก็ต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้งานด้วยว่ากาน้ำชามันเป็นยังไง มีพวย ถ้าเป็นกาน้ำชาตรงด้านในพวยจะเป็นเหมือนตะแกรงกรองใบชามั้ย? อะไรพวกนั้น.....
---------เครื่องประดับ = จิวเวลรี่ ก็เครื่องประดับอ่ะ ..
เช่น กำไล สร้อย(ตั้งแต่คอลงไปจนถึงนิ้วเท้า..)ต่างหู แว่นตา อูยยย~~ อะไรก็ได้ทีมันไว้ประดับบนตัวเราให้เราแบกมันมาทุกวันน่ะ

ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
1. เลขนศิลป์สิ่งแวดล้อม (Environmental Graphics Design)
- ภาพบนผนังและกำแพง (Graphic Wall)
- ระบบป้ายสัญลักษณ์ (Signage System)
- การออกแบบจัดที่แสดงและนิทรรศการ (Display and Exhibition Design
2.การออกแบบเลขนศิลป์สิ่งพิมพ์ (Printing Graphics Design)
- การออกแบบเครื่องหมายและสัญลักษณ์ (Sign, Symbol)
- การออกแบบตัวอักษร (Lettering Design)
- การออกแบบหนังสือต่างๆ (Book Design)
3.การออกแบบเลขนศิลป์เคลื่อนไหว (Motion Graphic Design)
- อนิเมชั่นสองมิติ หรือ สามมิติ (2-D or 3-D Animation)
- ภาพยนตร์ หรือ วิดีโอ (Film or Video)

มัณฑนศิลป์จะสอบวิชาเฉพาะ คือ
วาดเส้นมัณฑนศิลป์ + วิชาออกแบบประจำภาควิชาที่เราอยากจะเข้าค่ะ
แล้วปีนี้ไม่รู้เค้าเปลี่ยนอะไรหรือเปล่านะคะ
ส่วนวิชาเฉพาะก็ ไทย อังกฤษ สังคม เลข วิทย์(ไม่แน่ใจวิทย์ตัวไหน ขึ้นอยู่กับภาควิชาที่จะเข้าด้วยค่ะ เพราะบางภาคก็ไม่ต้องใช้เลขหรือวิทย์

แฟชั่น หาดูงานตัวอย่างได้จากการ เซิร์ทหาในgoogleนะคะ ใส่คีย์เวิร์ดตามนี้นะ Fashion Illustration และมีเว็บรูปถ่าย เราสามารถดูสีสัน ดูอารมณ์ของเค้าได้ค่ะ ที่ www.istockphoto.com ใส่คีย์เวิร์ดว่า Fashion แล้วจะมีรูปขึ้นมาให้ดูเยอะเลยค่ะ ส่วนที่เป็น Illustration ที่หาใน google เราสามารถจดจำ ลอกเลียนในขั้นต้น เพื่อศึกษาเรื่องการเลือกใช้สี การเขียน Charactor (บุคคลิกของคน คนรูปร่างหน้าตาแบบไหน ใส่เสื้อผ้าแบบไหน ให้ดูแล้ววิเคราะห์เอาเองนะคะ ประกอบกับข้อมูลที่ติวมาหรือที่หามาจากเว็บต่างๆที่เชื่อถือได้ค่ะ)
ถ้าเรามีเวลาพอที่จะออกแบบตัวการ์ตูนที่มีรูปร่างลักษณะเฉพาะของเราเองได้จะดีมากๆ
ดูเรื่องการใช้สีให้ดี การจัดองค์ประกอบด้วยค่ะ
ที่สำคัญ เวลาทำข้อสอบต้องตีโจทย์ให้แตก ให้ความสำคัญกับสิ่งที่โจทย์กำหนด แล้ววิเคราะห์ดูความต้องการว่าเค้าต้องการเสื้อผ้าลักษณะแบบไหน?
จริงๆแล้ว วิธีการพวกนี้ก้เอาไปใช้ได้กับทุกวิชาแหล่ะค่ะ
สู้ๆ มีปัญหาอะไรก็โทรมาถามได้นะ 083 8974308 แต่โทรศัพท์คุณภาพแย่หน่อย อาจจะปิดๆเปิดๆนะคะ

แนะนำเรื่องหอพักค่ะ

เซรามิก จิวเวลรี่ ส่วนใหญ่จะอยู่นครปฐมค่ะ
แนะนำว่าอยู่หอนอกจะดีกว่าเพราะเราทำกิจกรรมเยอะมากต้องกลับดึก หรือเวลาต้องอยู่ทำงานดึกๆที่ต้องใช้ช็อบของมหาลัยก็ต้องกลับดึก ถึงดึกมาก มันจะเลยเวลาปิดหอของหอในน่ะค่ะ จะลำบาก แถมหอในอยู่ห้องนิดเดียวแต่อัดไปถึง 4-5คนแน่ะค่ะ ถ้าอยู่หอนอกก็สบายๆ แต่เรื่องอันตรายต่างๆก็ต้องระวังเอาเองหน่อยน่ะค่ะ เรื่องขโมยหรือระวังตัวเวลากลับหอ
ประยุกต์ศิลป์ เห็นเพื่อนอยู่หอตรงปิ่นเกล้าอ่ะค่ะ คงจะมีเรียนที่นครปฐมซัก 2 วัน หรือ 3 วัน นอกนั้นที่เหลือก็เรียน กทม ก็เลยไป - กลับเอา
นิเทศศิลป์ อินทีเรีย โปรดักซ์ 3ภาคนี้อยู่กทมเป็นส่วนใหญ่ค่ะ แนะนำว่าอยู่ กทมดีกว่า ไปเรียนนครปฐมแค่ 1- 2 วันเท่านั้นเอง ไม่เต็มวันซะด้วยซ้ำค่ะ แล้วพออยู่ปี 3 ก็ไม่ต้องไปนครปฐมเป็นการถาวร ถ้าไม่ได้ลงวิชาตัวไหนที่ต้องเรียนที่นครปฐมค่ะ
ปล.มีคิวรถตู้อยู่แถวๆเซ็นปิ่น นั่งรถ ครึ่ง - ไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงหน้ามหาลัยที่นครปฐมแล้วล่ะค่ะ

อยากทราบว่าคณะมัณฑนศิลป์ที่สอนอยู่ศิลปากรที่ไหนกันค่ะ?

คณะมัณฑนศิลป์ อยู่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระค่ะ รวมทั้งคณะจิตรกรรมฯ สถาปัตย์ฯ โบราณคดีด้วยค่ะ
คณะทางวิชาการต่างๆ เช่นอักษร วิยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงคณะมัณฑนศิลป์ จิตรกรรมฯ และสถาปัตย์บางส่วนก็อยู่ที่ วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ด้วยค่ะ
แต่ว่า ดุริยางค์และคณะอื่นๆที่เหลือจะอยู่วิทยาเขตเพชรบุรีค่ะ
การทำงานออกแบบอย่างออกแบบผลิตภัณฑ์ เซรามิก หรือจิวเวลรี่ จะใช้สีน้ำหรือโยเค่น หรือสีอะไรก็ได้ที่ถนัด แต่ต้องไม่ใช่สีสเปรย์ แอร์บรัช หรือที่ใช้ยุ่งยากและรบกวนผู้สอบคนอื่นๆ
แนวข้อสอบ.... เอาเป็นว่าบอกข้อสอบที่เคยสอบมาแล้วกันนะคะ
ออกแบบแผงลอยหน้าโรงหนังแบบพับเก็บได้
จะสอบวิชาอะไรก้แล้วแต่ให้แตกโจทย์มาแบบนี้นะคะ
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการออกแบบ
ในที่นี้ได้แก่ (คร่าวๆนะคะ)
1.จะต้องพกติดตัวไปไหนมาไหนได้สะดวก
- น้ำหนักเบา
- ขนาดไม่ใหญ่มาก
- มีรูปร่างไม่เกะกะ ไม่เกี่ยวโน่นนี่เวลาเดินทาง
2.ส่วนของดีไซน์
- สีสันเหมาะกับสภาพแวดล้อม หรือสภาพบรรยากาศที่จะตั้งขาย เหมาะกับบุคคล(ทั้งคนขายและคนซื้อ)
- การเลือกใช้วัสดุ ให้เหมาะกับการใช้งาน ราคาถูกหรือแพงก็ขึ้นอยุ่กับว่าต้องออกแบบอะไร แล้วใครเป็นคนซื้อ คนซื้อมีเงินมาก-น้อยแค่ไหนก็ต้องคิดด้วยค่ะ
3.ส่วนสำคัญที่โจทย์บอก
- Concept แนวความคิดหลัก (ที่ใช้สีแบบนี้รูปร่างแบบนี้ เราได้มาจากอะไร? เช่น คน สัตว์ สิ่งของ พืช ฯลฯ และขยายความด้วยค่ะ เช่น สัตว์ ก็คือ ม้า แมว ไข่ ฯลฯ
- Detail รายละเอียดของงาน คือ อธิบายว่าตรงนี้ตรงนั้นเปิดยังไง ใช้ยังไง พูดง่ายๆก็คือวิธีใช้มั้นน่ะแหล่ะค่ะ หรือก็คือ ฟังชั่น
- Rendering ภาพสมบูรณ์ของสิ่งที่เราออกแบบ
- Dimention ภาพแสดงด้านของผลิตภัณฑ์ เป็นรุปแบบอย่างง่าย แสดงด้านหน้า ด้านข้าง และบน หรือด้านหลัง แล้วแต่ว่าความพิเศษของผลิตภัณฑ์ตัวนี้อยู่ด้านบนหรือด้านหลัง
front = ด้านหน้า side = ด้านข้าง top = ด้านบน
(สะกดผิดขออภัยค่ะ ห่างหายไม่ได้ใช้มานาน ลืมหมด)
หลักของการออกแบบที่สำคัญ
**** ต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมาย****
1.วิถีการดำเนินชีวิต
2.รสนิยม
ทั้งการกิน การแต่งตัว การเลือกซื้อของ ฯลฯ ขึ้นอยู่กับว่า โจทย์ให้เราทำอะไรนะ
3.ฐานะทางการเงิน
4.อาชีพ
ฯลฯ
เพราะหลายๆอย่างการออกแบบต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย ไม่งั้น ออกแบบไปก็ขายไม่ออก ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะลงทุนทำงานเหนื่อยเปล่าอย่าลืมว่าคนเรียนออกแบบ ออกแบบมาต้องขายได้ ต่างจากศิลปินก็ตรงนี้นะคะ ^^
ข้างบนนี้ทุกวิชาจะต้องใช้นะคะ

มีข้อมูลที่ติวที่คิดว่าน่าจะดูเป็นกิจลักษณะ อีก 1 จุด ก็คือ บริเวณหน้าตึกอธิการบดี ข้างห้องสมุดในมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ หรือก็คือ พี่วราวุฒิ ที่ลงโฆษณาอยู่ในบอร์ดคณะนี่แหล่ะค่ะ ใครสนใจก็เดินไปคุยกับพี่เค้าได้ค่ะ

ถ้าจะคุยปรึกษาเรื่องสอบเข้าหรือจะถามอะไรก็โทรมาได้นะคะ ไม่เสียตังนอกจากค่าโทรตามปกติ ^^ 0838974308

โดย ชลาชินี ศุกระรุจิ

=============================================================
Q. อยากรู้เรื่อง.......วิชาสามัญ และ ปฏิบัติ ตอนสอบตรงอ่ะค่ะ
ของ...
- ออกแบบเครื่องประดับ ศิลปากร
- ออกแบบสื่อสาร มศว.
- ออกแบบนิเทศฯ ลาดกระบัง

***มช. กับ มข. รับตรงไม๊คะ?***

ถ้ารับตรองก็รบกวนขอข้อมูลด้วยนะคะ^^

A. วิชาสามัญที่จะสอบออกแบบเครื่องประดับ ศิลปากร จะมีวิชา 01 ภาษาและสังคม 02 วิทย์และคณิต โดยแนวข้อสอบที่ออกส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อหาที่เรียนในชั้น ม.4 และ ม.5 เป็นหลัก คะแนนที่สอบได้ต้องไม่ตํากว่า 30% (ถ้าตํากว่าก็คือไม่ผ่านถึงแม้ว่าจะทำวิชาปฎิบัติได้เต็มก็ตาม)

วิชาปฏิบัติจะมี 60 วาดเส้นมัณฑนศิลป์ โจทย์ปี 49 ให้ Drawing มือถือกระดาษยับ(ถ้าจำไม่ผิด) ปี 50 Drawing มือถือช้อน ที่สำคัญมากๆๆๆๆๆๆ ให้ฝึก Drawing บนกระดาษ 100ปอนด์หยาบ เพราะตอนสอบต้อง Drawing บนกระดาษนี้ (การลงนําหนักเข้มอ่อนของแสงเงาจะไม่เหมือนกับกระดาษ 80 ปอนด์) วิชา 66 ออกแบบเครื่องประดับ วิชานี้ไม่ทราบว่าแนวข้อสอบเป็นอย่างไร

ออกแบบสื่อสาร ของ มศว วิชาสามัญมีสอบแต่ ภาษาอังกฤษ ปฏิบัติสอบความถนัดทางการเรียน (จะสอบแนวคล้ายกับ Admission นิเทศศิลป์) ออกแบบสื่อสารนี้สิ่งที่คัญที่สุดคือ ต้องยื่น Portfolioโดยคะแนนส่วนนี้คิดเป็น 30% ของคะแนนทั้งหมด
แนวการจัดทำไม่ต้องไปลงทุนทำแพงๆ หรูๆ ให้รวบรวมผลงานที่มีในรอบ 2-3 ปี ทั้งจากฝีมือ และคอม ถ้าเคยได้รับรางวัล หรือประกาศนียบัตร ไม่ว่าจะเป็นการอบรมในด้านที่เกี่ยวข้อง หรือการอบรมในสิ่งที่ดูแล้วเป็นสิ่งที่แสดงถึงความกระตือรือร้นในการใฝ่รู้ของเราก็ให้รวบรวมส่งไป แต่ควรอยู่ระหว่าง 3-4 ปี เวลารวบรวมผลงานต่างๆ ควรจะเรียงลำดับวันเวลาและระบุไว้ด้วย
เพื่อที่คณะกรรมการจะได้ดูพัฒนาการของเรา

ออกแบบนิเทศฯ ลาดกระบัง จะเป็นภาควิชาหนึ่งของ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยแยกออกเป็น 3 สาขา 1.นิเทศศิลป์ รับ 30 คน คะแนนสูงสุดปี 50 7999.00 ตําสุด 6530.50
2. ภาพยนตร์ และ วีดีโอ รับ 30 คน คะแนนสูงสุดปี 50 6439.50 ตําสุด 5481.50 3. การถ่ายภาพ รับ 30 คน คะแนนสูงสุดปี 50 6375.25ตําสุด 3954.75 ภาควิชานิเทศศิลป์ ไม่มีรับตรงจะรับจาก Admissionกลางเท่านั้น แต่ปีต่อไปไม่แน่

มช.จะมีรับตรงส่วนหนึ่งและรับจาก Admission กลางส่วนหนึ่ง จะเป็นจำนวนเท่าไรต้องเช็คจากเวบของมหาวิทยาลัยดูอีกที ส่วนของ มข.ไม่ทราบในรายละเอียดต้องเช็คดูจากเวบมหาวิทยาลัย

จะขอเสริมของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ จุฬาฯ จะแบ่งเป็น 3 สาขาวิชา เรขศิลป์(ก็คือนิเทศศิลป์), แฟชั่นและสิ่งทอ, นิทรรศการศิลป์(เรียนเกี่ยวกับออกแบบ Event) อันนี้ก็จะมีรับทั้งแบบสอบตรงกับ Admission กลาง สอบตรงที่ผ่านมารับ
สาขาละ 4 คน วิชาสามัญที่สอบมี ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ, ทฤษฎีนฤมิตศิลป์ ข้อสอบจะไม่เหมือนกับที่สอบ Admission โดยข้อสอบจะออกแนววิเคราะห์ซึ่งยากมากๆๆ โดยเฉพาะเด็กสายสามัญ อีกวิชาจะเป็นทักษะนฤมิตศิลป์ ก็สอบปฏิบัติตามที่เลือก สอบตรงจะมีข้อดีคือถ้าสอบได้จะได้เรียนเอกวิชานั้นเลย ไม่เหมือนกับคัดจาก Admission กลาง ต้องปี 2 ถึงเลือกเอกได้โดยคัดจากคะแนนของการเรียนปี 1 ขอเพิ่มเติมข้อมูลนฤมิตศิลป์ จุฬาฯ สอบตรงต้องได้เกรดเฉลี่ย 2.75 ขึ้นไป และต้องยื่น Portfolioเป็น CD แต่งาน Portfolio ไม่มีคะแนนถือเป็นเอกสาร
ประกอบการสมัครและพิจารณาเท่านั้น

คิดว่าคงเป็นประโยชน์กับน้องๆ ไม่มากก็น้อย

==============================================================

ผมขอนำกระทู้บางส่วนของของผู้ใช้นามว่า พี่ยอด ผ่านทาง Weboard artstudio เมื่อประมาณปลายปี 49 ซึ่งปัจจุบันก็มิได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักมาให้น้องๆ ได้อ่านเพื่อเตรียมความพร้อม และขอขอบคุณพี่ยอดไว้ ณ ที่นี้ด้วย

=================================

สำหรับการเตรียมตัว พี่จะขอพูดคร่าวๆละกันนะครับ เอาไว้ไปดูรายละเอียดวิชาสอบกันดีกว่า

การเตรียมตัวเข้าสาขาทางนี้ แน่นอนจะต้องมีวิชาการออกแบบและวาดเส้น ซึ่งวิชาและทักษะดังกล่าว ไม่สามารถวัดได้ว่าคนไหนจะต้องฝึกเท่าไหร่ คนไหนต้องฝึกอีกมาก คนไหนทำไม่สวย อันนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ล้วนๆในการฝึกฝนน้องๆที่จะเข้าสายงานทางนี้ พี่แนะนำเลยว่า website หรือร้านหนังสืออย่าง Asia Book หรือ Kinokuniya เป็นแหล่งความรู้ที่ดีมากๆ ยังมีร้านหนังสือดีๆที่น่าไปดูอีกคือ Basheer ที่ H1 ซอยทองหล่อ เลย Playground เข้าไปอีกหน่อย จริงๆใน Playground ก็มีนะครับ และยิ่งดีเข้าไปอีกที่มีศูนย์การออกแบบที่ Emporium ขึ้นมาอีก แหล่งความรู้เหล่านี้มีอยู่ทั่วไป ขึ้นอยู่ว่าน้องจะเลือกดูหรือเปล่า

และสำหรับน้องที่ไม่มีโอกาสได้ติวกับพี่ๆตามมหาวิทยาลัยหรือตามสถาบันสอนศิลปะ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ทันเค้าเพราะน้องสามารถหาหนังสือหัดวาดเส้นมาหัดได้เอง ซึ่งมีหนังสือดีๆอยู่หลายเล่ม เมื่อซื้อมาแล้วน้องก็อาศัยการสังเกต หมั่นฝึกฝน และที่สำคัญหาอาจารย์สอนศิลปะเป็นพี่เลี้ยงช่วยดูก็จะดีมากๆ

จริงๆก็ไม่ต้องกลัวมากเพราะในเวบมีอยู่มากมายครับ ลองใช้ Google หาดูสิครับ มีเพียบ..........ที่สำคัญหมั่นหาข้อสอบเก่าๆมาดูและทดลองทำดูครับจะช่วยได้มากๆครับ

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ระบบการสอบและวิชาการสอบ ซึ่งลักษณะการสอบในปัจจุบันจะสามารถแยกออกเป็น 4 กลุ่มคือ

[A] กลุ่มที่สอบปฏิบัติเพียงวิชาเดียว (ความถนัดทางนิเทศศิลป์ ค่าน้ำหนัก 35% เกณฑ์ 40 คะแนน) ได้แก่

- คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบนิเทศิลป์ / ภาพถ่าย / ภาพยนตร์และวิดีโอ พระจอมเกล้าฯลาดกระบัง

- คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ พระจอมเกล้าฯธนบุรี (หลักสูตรนานาชาติ) มีสอบตรง และรับ Admission กลาง

- คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ ม.ขอนแก่น ม.บูรพา ฯลฯ (มีสอบตรง+โควต้า)

ลักษณะข้อสอบ
จะมีข้อย่อยๆแยกออกไปให้ Drawing เขียน StoryBoard ทำ Illustration หรือออกแบบโปสเตอร์และออกแบบลวดลาย
เน้นทักษะ+ไอเดีย และความเร็วในการทำพอสมควร เพราะมีแค่ 3 ชั่วโมงแต่ต้องทำหลายข้อ

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

[B] กลุ่มที่สอบวิชาปฏิบัติสองวิชา รายละเอียดลองดูที่ http://www.decentrance.su.ac.th/คณะมัณฑนศิลป์ สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ ศิลปากร มีสอบตรงเท่านั้น มี 2 รอบ เน้นทักษะมากๆต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นอย่างมาก แบ่งเป็นสองวิชาคือ วาดเส้นมัณฑนศิลป์ และออกแบบนิเทศศิลป์

ลักษณะข้อสอบ
วาดเส้นมัณฑนศิลป์ ให้วาดเส้นหน้าคน หรือมือ หรือของใกล้ตัว บางปีเคยออกให้วาดจากรูปภาพ เน้นทักษะมากๆ ออกแบบนิเทศศิลป์ ให้ออกแบบโปสเตอร์ และโลโก้ หรือออกแบบตัวอักษรประกอบโปสเตอร์ ฯลฯ เน้นทักษะการออกแบบและนำเสนองานมากๆ เกณฑ์อยู่ที่ 50 คะแนนครับ สำหรับ ระดับคะแนนที่ปลอดภัยในการสอบติดคือ 80-85 ขึ้นไปครับ (ได้ค่อนข้างยากครับ โดยเฉพาะ Drawing)

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

[C] กลุ่มที่สอบวิชาปฏิบัติ 1 วิชา และสอบทฤษฎีศิลปะ 1 วิชา
คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ จุฬาฯ (มีสอบตรง+โควต้า) ใช้ ปฏิบัติ + ทฤษฎีนฤมิตศิลป์

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ สาขาวิชานฤมิตศิลป์ มหาสารคาม (มีสอบตรง+โควต้า) ใช้ ปฏิบัติ + ทฤษฎีนฤมิตศิลป์

คณะสถาปัตย์ออกแบบ บรรจุภัณฑ์ ม.นเรศวร ใช้ ปฏิบัติ + ทฤษฎีนฤมิตศิลป์

คณะวิจิตรศิลป์ สาขาการออกแบบ ม.เชียงใหม่ (มีสอบตรง+โควต้า) ใช้ ปฏิบัติ + ทฤษฎีนฤมิตศิลป์

คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบสื่อสาร มศว ประสานมิตร (สอบตรงอย่างเดียว ใช้ ปฏิบัติ + ทฤษฎี และ PORTFOLIO)
รายละเอียด www.swu.ac.th

ลักษณะข้อสอบ
ปฏิบัตินฤมิตศิลป์ (ค่าน้ำหนัก 20%) 3 ชั่วโมง แบ่งออกเป็น วาดเส้นสร้างสรรค์ เน้นหน้าคน และมือ หรือของอื่นๆ โดยโจทย์จะเป็นลักษณะใกล้เคียงกับโจทย์ของลูกค้าที่ให้ทำในบริษัทโฆษณา โดยสามารถวาดลักษณะ Surrealism ได้ตามต้องการ แต่อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องของแสงเงา และอีกส่วนนึงคือออกแบบ เน้นโจทย์ที่สื่อสารถึงอารมณ์ และเน้นการออกแบบลวดลาย หรือบางครั้งก็มีทั้งโปสเตอร์และภาพประกอบ คล้ายๆลาดกระบัง ทฤษฎีนฤมิตศืลป์ (ค่าน้ำหนัก 15%) มีเนื้อหาที่ต้องอ่านคือ ประวัติศาสตร์ศิลป์ทั้งไทยและตะวันตก ประวัติศาสตร์การออกแบบ ทฤษฎีการออกแบบ และความรู้ทั้วไปทางแฟชั่น กราฟฟิค โฆษณา คอมพิวเตอร์กราฟฟิค งานนิทรรศการ งานออกแบบภายในและงานออกแบบเซรามิกส์ สามารถหาอ่านเอาได้แต่หลายๆเล่ม เช่นเอาความถนัดสถาปัตย์ + ประวัติศาสตร์ศิลป์

ส่วนแนวข้อสอบตรงของ มศว จะเปลี่ยนไปทุกๆปี เน้นการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ และที่สำคัญต้องมี PORTFOLIO ด้วยส่วนทฤษฎีศิลปะเน้นคอมพิวเตอร์กราฟฟิคและอนิเมชั่นด้วยนอกเหนือจากประวัติศาสตร์ศิลป์เล็กๆน้อยๆ

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

[D] กลุ่มที่มีวิชาปฏิบัติและทฤษฎีอยู่ในข้อสอบเดียวกัน
คณะครุศาสตร์ ศิลปะศึกษา จุฬาฯ คือเรียนไปไม่ได้ต้องเป็นครูอย่างเดียวนะครับ ทำงานออกแบบก็ได้ครับไม่ปัญหา จะต่างกับพวกที่เรียนศิลปกรรมก็แค่มีวิชาครูและต้องฝึกสอน และใช้เวลาเรียน 5 ปี ใช้วิชาสอบคือ ความรู้ความถนัดทางศิลป์ ค่าน้ำหนัก 10% รวมกับวิชาความถนัดทางวิชาชีพครูและวิชาเลือกสอบ ANET รวมเป็น 30%

ลักษณะข้อสอบ
แบ่งเป็นทฤษฎี 40-50 ข้อ มีเนื้อหาที่ต้องอ่านคือ ประวัติศาสตร์ศิลป์ทั้งไทยและตะวันตก ประวัติศาสตร์การออกแบบ ทฤษฎีการออกแบบ และความรู้ทั้วไปทางแฟชั่น กราฟฟิค โฆษณา คอมพิวเตอร์กราฟฟิค งานนิทรรศการ งานออกแบบภายในและงานออกแบบเซรามิกส์ สามารถหาอ่านเอาได้แต่หลายๆเล่ม เช่นเอาความถนัดสถาปัตย์ + ประวัติศาสตร์ศิลป์แต่เน้นของไทย และชอบออกรูปภาพของพระพุทธรูปและเจดีย์และของไทยๆ ตลอดจนรูปของศิลปินดังๆ และมีความรู้ทางจิตรกรรมและความรู้รอบตัวอย่างเช่นศิลปินแห่งชาติสาขาจิตรกรรมด้วย

ส่วนปฏิบัติจะให้ทำบนกระดาษแผ่นเล็กๆมีตั้งแต่วาดเส้น ออกแบบ sketch design หรือออกแบบโปสเตอร์ โลโก้ ฯลฯ

============================================================

Q. นิเทศศิลป์ ลาดกระบังหลักสูตรการเรียนเป็นอย่างไร
จบมาทำงานอะไรได้บ้างคะ

แล้วคณะ(วิทยาลัย)นวัตกรรมสื่อสารสังคมสาขาการออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมีเดียของ มศว เรียนเกี่ยวกับอะไร จบมาทำอะไรแล้วเป็นคณะที่เพิ่งเปิดรึเปล่าคะ คือตอนนี้สอบตรงได้คณะนี้กำลังจะรายงานตัว อยากทราบข้อมูลและขอความคิดเห็นเพิ่มด้วย

A. ให้เข้าที่ http://www2.reg.kmitl.ac.th/curriculum/
studyplan.phpfaculty_id=02&dept_id=04&curr_id=34&year=2539

จะเป็น WEB เกี่ยวกับแผนการศึกษา(วิชาที่เรียน) 4 ปี ของภาควิชานิเทศศิลป์ ลาดกระบัง แล้วลองศึกษาดูว่าชอบหรือไม่ แต่ถ้าสนใจด้านแอนิเมชั่นควรเลือกเรียน ภาควิชานิเทศศืลป์ สาขาภาพยนตร์และวิดีโอจะตรงกว่า แถมคะแนน Admission กลางก็ตำกว่า

คณะนวัตกรรมสื่อสารฯ ของ มศว เป็นคณะที่เปิดใหม่เมื่อปี 2550 การเรียนเท่าที่ทราบ เน้นสอนด้านแอนิเมชั่นและมัลติมีเดีย รายละเอียดของหลักสูตรยังไม่เคยเห็นตัวแผนการศึกษา 4 ปีว่าแนวทางการสอนอย่างไรเพราะ WEB ของคณะนี้ไม่อัพเดท อะไรเลยมาเกือบปีเห็นจะได้ จึงไม่สามารถออกความเห็นได้

ถ้าสนใจด้านนี้อยากแนะนำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร ม.ศิลปากร เข้าไปดูรายละเอียดของ
หลักสูตรและแผนการศึกษาที่ http://www.ict.su.ac.th/
education/program/design

ในปี 2551 มจธ.จะเปิดภาควิชาใหม่คือมีเดียอาร์ตสนใจอย่างไรเข้าไปที่ www.kmutt.ac.th

===================================================================

Q. ระหว่างนิเทศศิลป์ของรัฐกับเอกชน อย่างม.กรุงเทพเนี่ย มันมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบกว่ากันบ้างรึไม่คะ

A. ปัจจุบันหลักสูตรภาควิชานิเทศศิลป์ในแต่ละมหาวิทยาลัย
โดยหลักใหญ่จะคล้ายกัน จะต่างกันก็ในรายละเอียด เช่นบางที่จะมีวิชาการหลายตัว แต่บางที่จะมีแค่ 2-3 ตัวอันนี้ต้องตรวจดูหลักสูตรจาก WEB คณะของแต่ละมหาวิทยลัย

จบมาแล้วจะทำงานได้กว้างขนาดไหน คงต้องอยู่ที่ตัวน้องเองด้วยว่ามีความสามารถอะไรบ้าง เพราะงานด้านนิเทศศิลป์เดี๋ยวนี้จะวาดมือเก่งอย่างเดียว โดยไม่เป็น Comp เลยไม่ได้ นั้นหมายถึงต้องได้ทั้งงาน 2D (Photoshop, Illustration) , 3D (3D max, Maya) เป็นอย่างน้อย และในทางกลับกันต้องสามารถวาดมือได้ถึงจะเป็นหลักประกันได้ว่าน้องมีงานทำแน่นอน ถ้าได้
ภาษาด้วยจะดีมาก ทำให้เราสามารถรับงานจาก Studio
ต่างชาติได้ 
โดย piphat hutangkabodee วันที่ : 2008-03-07 15:39:16 :
 
ความเห็นที่ : [ 001 ]
พี่ค่ะ

ถ้าเรียน สายศิลป์-คำนวณ แล้วจะเข้า นิเทศศิลป์ได้ไหมค่ะ
แล้วนิเทศศิลป์มีเกี่ยวกับถ่ายรูปด้วยหรือป่าวค่ะ(พอดีชอบถ่ายรูปด้วยน่ะค่ะ)
แล้วข้อสอบ สอบเข้า เมื่อกันทุกสาขาวิชาเลยหรือป่าวค่ะ
แล้วถ้าจะเข้า นิเทศศิลป์ต้องติว วิชาอะไรบ้างค่ะ

****ขอบคุณค่ะ*****
Padtana kumsup [ 2008-03-09 12:42:36 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 002 ]
เรียนสายอะไรก็สอบเข้านิเทศศิลป์ หรือภาควิชาอื่นๆในคณะได้ค่ะ แต่อาจจะมีออกแบบผลิตภัณฑ์ที่อาจต้องใช้วิทย์ในการสอบ ไม่รู้ว่าเค้าเปลี่ยนกันไปแล้วหรือยังนะคะเพราะตอนพี่สอบจะแยกเป็น 2 สาย สายศิลป์กับสายวิทย์

นิเทศศิลป์มีเรียนถ่ายภาพด้วยค่ะ แต่ก็เป็นวิชาเลือกตัวหนึ่งที่จะสามารถลงเรียนได้ตอนอยู่ชั้นปี 3 แล้วน่ะค่ะ ไม่แน่ใจว่าเทอม 2 หรือเทอม 1 ที่เริ่มเลือกได้ ลืมไปซะแล้ว

ข้อสอบวิชาเฉพาะที่ใช้ในการสอบเข้าเฉพาะแต่ละภาควิชาในคณะไม่เหมือนกันค่ะ แยกกันไปตามสายภาควิชา เรียนนิเทศฯก็สอบข้อสอบนิเทศฯ จิวเวลรี่ก็จิวเวลรี่ ฯลฯ ไม่เหมือนกันค่ะ แต่จะมีวิชาวาดเส้นมัณฑนศิลป์เท่านั้นค่ะที่จะสอบเหมือนกัน แต่ก็ไม่เสมอไปนะ บางครั้งอาจจะเปลี่ยน ไม่เหมือนกันบ้างเล็กน้อยก็อาจเป็นได้
จะสอบเข้านิเทศศิลป์ก็ต้องติววิชาออกแบบนิเทศศิลป์และวิชาวาดเส้นมัณฑนศิลป์ ชื่อเดียวกับวิชาที่ใช้สอบเลยค่ะ
ถ้ายังไงก็ลองอ่านด้านบนดูนะคะ มีพี่เค้าบอกไว้ละเอียดมากๆค่ะ


ปล.ขอขอบพระคุณคุณอา piphat hutangkabodee มากๆค่ะที่สละเวลามาช่วยเด็กๆ และรู้สึกยินดีมากๆค่ะที่เห็นว่าสิ่งที่หนูพิมพ์ไปพอจะมีประโยชน์อยู่บ้างน่ะค่ะ เพราะหนูเองก็รู้อยู่แค่นี้ ไม่กล้าตอบเรื่องเกี่ยวกับวิชาการทั้งหลายเพราะไม่ได้หาข้อมูลส่วนนี้ไว้เลยค่ะ ขอขอบพระคุณอีกครั้งค่ะที่หยิบยื่นความรู้ให้เด็กๆรวมถึงหนูเองไว้ได้อ่านกันค่ะ
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-03-11 01:13:31 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 003 ]
ขอเสริมคำตอบให้น้อง Padtana เพิ่มเติมจากคำตอบของ
น้อง ชลาชินี

ถ้ามีความสนใจด้านถ่ายภาพเป็นพิเศษ จะมีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชานิเทศศิลป์ เอกถ่ายภาพ ของพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง ที่เขาเปิดสอนเฉพาะลองเข้า www.kmitl.ac.th อยากให้เข้าไปศึกษาดูรายละเอียด

พระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง จะรับจาก Admission กลาง
อย่างเดียว (ปีต่อไปไม่แน่ต้องหมั่นเช็คดู)

ปล. ถึงน้อง ชลาชินี เรื่องตอบกระทู้ในนี้ผมทำด้วยความ
เต็มใจ (ถ้าผมรู้) ก็อย่างที่ผมเกริ่นไว้นั้นแหละอยากให้คน
ในมาช่วยกันตอบจะดูดีกว่าและอบอุ่นกว่า แต่ก็ขอชื่นชม
หนูด้วยเพราะผมเห็นตอบในบอร์ดนี้มาตั้งนานแล้ว ตอน
แรกผมไม่คิดว่าเป็นนักศึกษา คิดว่าเป็นบุคลากรภายใน
ของคณะ เพราะเห็นการใช้ถ้อยคำไม่เห็นเหมือนเด็กสมัยนี้
(เพราะบางทีผมก็ไม่เข้าใจความหมายที่เขาโพสกัน) หนู
ทำดีแล้วที่คิดทำอะไรเพื่อส่วนรวม (ถึงแม้องค์กรจะไม่
ใหญ่) ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้อง เอาเป็นว่าต่อไปนี้ผมขอเป็นแนวร่วมหนูด้วยคนแล้วกัน อันไหนตอบเสริมได้ก็จะ
ช่วย ขอให้หนูสานต่อสิ่งที่กระทำอยู่นี้ต่อไปให้นานที่สุด
หนูอาจจะมีแนวร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้
piphat hutangkabodee [ 2008-03-11 12:20:25 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 004 ]
ขอบคุณ พี่(ขอเรียกพี่ล่ะกันนะค่ะ แหะๆ)ทั้งสองคนมากๆเลยนะค่ะ^^

ขอบคุณค่ะ
Padtana kumsup [ 2008-03-11 22:46:14 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 005 ]
บรรลุ
อนัญญา สินอยู่ [ 2008-03-13 23:48:17 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 006 ]
พี่คะ แล้วถ้าอยากเรียนพิเศษในด้านการวาดเส้น ออกแบบผลิตภัณฑ์ แล้วก็ตกแต่งภายใน
พี่ช่วยแนะนำสถานที่เรียนหน่อยได้มั๊ยคะ
บุญทิพย์ เบญจพรรักษา [ 2008-03-18 09:16:29 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 007 ]
ขอบพระคุณคุณอามากๆเลยค่ะ
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-03-18 15:40:39 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 008 ]
ในเรื่องการใช้ภาษาหนูมักจะหงุดหงิดทุกครั้งที่เจอศัพท์สแลงที่อยู่ไม่ถูกที่ถูกทางน่ะค่ะ เพราะหลายครั้งที่พบเจอจะอ่านก็อ่านไม่เข้าใจ ใช้เยอะเกินไปอ่านไม่ออกจริงๆค่ะ
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-03-18 23:45:28 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 009 ]
ไม่ว่าจะเป็นการเรียนพิเศษ เรียนติวเพื่อสอบเข้า ที่เป็นวิชาเฉพาะของแต่ละภาควิชาในคณะมัณฑนศิลป์ทั้ง 7 ภาควิชา รวมทั้งวิชาวาดเส้นมัณฑนศิลป์ สามารถหาเรียนได้จากรุ่นพี่ที่นั่งสอนเป็นกลุ่มๆกระจายอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร กรุงเทพฯ (ท่าช้าง) ค่าเรียนก็ไม่เกิน100 - 200 บาทต่อวัน

หรือถ้าอยากได้เป็นกิจลักษณะ(เป็นคอร์ส)หน่อยก็ที่ตึกพี่เชษฐ์ที่วังหลัง รายละเอียดอยู่ข้างบนแล้วค่ะลองไล่ๆอ่านดู หรือตึกป๋าที่ปิ่นเกล้าก็มีค่ะ เห็นมีน้องๆบอกว่าที่สยามหรือจุดอื่นๆในกรุงเทพก็มีเปิดสอนอยู่แต่พี่ไม่ทราบรายละเอียดเลย จะอย่างไรก็เลือกตามความสะดวกของเราเลยค่ะ ถ้าจะมาติวกับพวกรุ่นพี่ในมหาลัยก็เดินเลือกเลย มีหลายกลุ่มค่ะ
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-03-19 09:51:52 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 010 ]
ช่างเป็นคนที่มีความเมตตามากชิงๆ

ขอบคุนมากๆ (พี่ๆ dec เค้าอาจจะไม่มีเวลามั้ง ป่าว??)

งานเยอะๆ ขยันๆ
รวยๆๆ
pam pom [ 2008-04-10 19:29:32 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 011 ]
พี่คะ คือหนูอยากเรียนประยุกต์มากๆอ่ะค่ะ
แต่หนูไม่รู้ว่าประยุกต์ มานมีมหาลัยอื่นอีกมั๊ยคะ มีที่ไหนบ้าง ?

แล้วสอบอะไรบ้างคะ ? ใช้วิชาคณิตรึป่าว ? เพราะหนูเรียนศิลภาษาค่ะ

หนูอ่านที่พี่อทิบายแล้วแต่ว่ามานม่ายค่อยมีข้อมูล ของ ประยุกต์ หนูเรยขอรบกวนพี่
ช่วยหั้ยคำปรึกสาด้วยนะคะ
เกษราภรณ์ เทียนชัย [ 2008-05-22 18:48:44 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 012 ]
ขอบคุณมากๆเลยค่าาา
รับรู้แล้ว

เอาล่ะ
สู้ๆ
^____^~
Angsumarin Phankhunthod [ 2008-05-22 20:53:39 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 013 ]
ตอบ คห.011
ถ้าจะมีใกล้เคียงน่าจะเป็น คณะศิลปกรรมศาสตร์ วิชาเอกทัศนศิลป์ สาขาวิชาศิลปะจินดาทัศน์ ของ มศวhttp://www.fofaswu.com/index.php?p=course#3
กับ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชาทัศนศิลป์ ของจุฬาฯ
http://www.faa.chula.ac.th/depart_visual/program.htm ลองศึกษารายละเอียดหลักสูตรให้ดี
piphat hutangkabodee [ 2008-05-23 13:16:19 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 014 ]
ขอถาม คห.011 ว่าทำไมถึงอยากเรียนประยุกต์ศิลป์ เพราะภาควิชานี้เป็นภาควืชาที่ระบุถึงสายงานเมื่อเรียนจบแล้วยากที่สุด (ถ้าสายงานตรง) เพราะเป็นภาควิชาที่อยู่ตรงกลางระหว่างจิตรกรรมและออกแบบ อยากให้เข้าศึกษารายละเอียดของหลักสูตรดีๆ
piphat hutangkabodee [ 2008-05-23 16:04:00 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 015 ]
ขอบคุณมากมากเลยนะคะ มีประโยชน์จริงๆ
poon poon [ 2008-05-23 18:59:14 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 016 ]
คือครั้งแรกหนูสับสนอยุ2อย่างคือ นิเทศกับประยุกต์
แต่พอด้ายคุยกับรุ่นพี่คนนึงที่เค้าเรียนประยุกต์ก้อรุว่า
นิเทศนอกจากจาออกแบบหรือวาดแล้ว ยังต้องใช้พวกคอมด้วย และหนูรุสึกว่าหนูม่ายค่อยถนัดด้านนี้หนูม่ายเก่งเรยอ่ะค่ะ ครั้งแรกเค้าก้อแนะนำจิตรกรรม แต่ว่ารุมาว่าต้องวาดคนเปนหลัก หนูเลยรุสึกว่าม่ายถนัดและยาก แต่จิงๆหนูยังรุเรื่องของจิตรกรรมม่ายเยอะเท่าไหร่เลยคิดว่าประยุกต์เปนสิ่งที่ใช่ตัวหนูที่สุด เพราะมีเรียนภาพเพ๊น วาดหุ่นนิ่งอะไรแบบนี้อ่ะค่ะ คือม่ายด้ายออกแบบซักทีเดียวแต่ว่าหลากหลาย หนูเรยอยากเรียนค่ะ
เกษราภรณ์ เทียนชัย [ 2008-05-23 20:24:56 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 017 ]
ตอบ คห.016

ถ้าหนูไม่ถนัดใช้คอมฯ อยากถามว่าเมื่อจบแล้วมีจุด
มุ่งหมายหรือยังว่าจะทำอาชีพอะไร ถ้าคำตอบคือจะ
ยึดอาชีพเกี่ยวด้านนี้ไม่ว่าจะเป็นเขียนภาพประกอบ หรือ
ออกแบบคาแรกเตอร์ดีไซน์ มันต้องใช้คอมฯ นะ

จะแนะนำให้จากประสบการณ์ที่ได้พูดคุยกับคนในวงการ
และรับรู้จากการศึกษาข้อมูล ถ้าหนูคิดจะยึดอาชีพใน
วงการนี้หนูจะทิ้งคอมฯ ไม่ได้ และในทางกลับกันหนูจะทิ้ง
งานมือไม่ได้เหมือนกัน ต้องใช้ทั้งสองอย่างผสมผสานกัน

เพราะฉะนั้นแล้วผมว่าควรฝึกหรือหัดเถอะคอมฯ มัน
ไม่ยากหรอกอาศัยต้องทำบ่อยๆ ในเมื่อเรามีพื้นฐานด้าน
ฝีมืออยู่แล้ว ลูกสาวผมก็มาหัดคอมฯ ทีหลังเหมือนกันโดย
ที่เขาก็มีพื้นฐานด้านงานมือมาก่อน

รู้ไหมว่าบางคนที่เก่งงานคอมฯ เขาทำงานด้วยมือไม่เป็นก็
เยอะนะครับ หัดเถอะเอา Photoshop ก่อนอันดับแรก
piphat hutangkabodee [ 2008-05-24 14:28:29 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 018 ]
ขอเพิ่มเติม

ไม่ทราบว่าหนูซื้อ CG+ อ่านบ้างไหม อยากให้ไปหาฉบับ
ที่แล้ว (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะฉบับที่ 10) เพราะคนที่ลงหน้าปก
คือคนที่จบประยุกต์ศิลป์มาแล้วไม่เป็นคอมฯ แต่มา
ภายหลังเขาก็ต้องซื้อคอมมานั่งหัด ลองหาอ่านดูครับ
(ถ้าหาไม่ได้ลองเข้าเว็บของ CG+ ดู)
piphat hutangkabodee [ 2008-05-24 14:35:31 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 019 ]
อย่างที่คุณอาว่านั่นล่ะค่ะ แต่เรื่องนึงที่อยากจะสะกิดไว้สักนิดว่า คอมพิวเตอร์มันเป็นเพียงโปรแกรม เป็นเครื่องมือไม่ต่างจากดินสอ ปากกาที่เราเอาไว้ใช้ทำงาน เซ๊นในการใช้หลักการทางการออกแบบ การใช้สี การจัดองค์ประกอบ หรือมุมมองอะไรหลายๆอย่างที่จำเป็นต้องใช้เวลาในการฝึกฝนและขัดเกลาย่อมสำคัญหว่าตัวโปรแกรมหรือเครื่องมือที่ใช้ เพราะแค่ถ้าน้องมีเงินเพียงไม่กี่พันบาทหรือหมื่นเศษเอาไปเรียนเพิ่มเติมตามท่เค้าเปิดสอนกันทั่วบ้านทั่วเมือง...ก็เป็นแล้วโปรแกรม แต่สิ่งที่ถือว่าเป็นเสน่ห์ที่ใช้ในการเรียนและการทำงานก็คือเซ๊นที่ว่า ไม่ได้มาด้วยการใช้เวลาเพียง 1-2เดือน บางคนเป็นปีแล้วยังได้อะไรไม่มากด้วยซ้ำค่ะ เพราะฉะนั้นเรื่องการวาดมือทิ้งไม่ได้เด็ดขาด ที่ศิลปากรเน้นมากเรื่องนี้ ต่อให้ไม่มีคอมเราก็ยังทำงานได้ อย่าให้เครื่องมือมาจำกัดความคิดเราค่ะ
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-05-25 03:13:33 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 020 ]
หนังสือมีมากมายให้อ่าน อ่านที่ว่าไม่ได้หมายถึงอ่านตัวหนังสือ ....การอ่านคือการเรียนรู้โดยการสังเกต วิเคราะห์หาเหตุผลจากสิ่งรอบตัวค่ะ
พี่เองคนนึงล่ะที่ใช้คอมไม่เก่งเลย ยังมีโปรแกรมอีกมากมายที่ควรจะรู้ไว้ก้ยังไม่รู้ จนกระทั่งตอนนี้เรียนจบมาแล้วก็ยังต้องมานั่งเรียนการทำเว็บกับเด็กมัธยมปลายเลยค่ะ
หนังสือนะคะ
CG+ ที่คุณอาบอก
DigitalPaint (เล่มละ 390 บาท แพงหน่อยค่ะแต่สอนเทคนิคไว้ด้วย ใช้หลายโปรแกรม ทั้ง corel painter ทั้ง photoshop)
หรือหนังสือที่มีกราฟิคดีๆ อย่าง ICT (เล่มละ90บาทไม่รู้ว่าขึ้นแล้วหรือยัง)
B.A.D.
ฯลฯ
ถ้าต่างจังหวัดอาจหายากหน่อยค่ะ พี่อยู่ชลบุรียังหาไม่เจอเลย
การทำ3D (ประหยัดกว่าการทำโมเดลและเร็ว+แก้ไขง่ายกว่า)มาแรงมาก พี่กำลังหาสมัครงานอยู่รู้เลยค่ะว่าจำเป็น,ออกแบบเว็บไซด์ นี่ก็จำเป็นมาก หันไปทางไหนมีแต่รับ Web Design บางบริษัทถ้าทำเว็บไม่เป็น ทำ3D ไม่เป็นอย่าหวังจะได้งานค่ะ แม้จะจบเกรดสูงเท่าไหร่ก็ตาม
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-05-25 03:25:26 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 021 ]
ขอบคุนนะคระ

จิงๆหนูเองอ่ะชอบเล่นคอม ชอบตัดต่อ ชอบเล่นโฟโต้ชอป แต่งรูป แต่งโปสเต้อเวลาทามงานกุ่ม


แต่ว่าหนูรุสึกว่าหนูแบบ ได้งูๆปลาๆ คงมีอีกหลายคนที่เปนเซียนคอมพิวเต้อ เรยสับสน

แต่ก้อกะจาดูๆนิเทศดูแล๊วแหละคร่ะ

แต่หนูขอบคุนมากๆเรยนะคระ

ทามหั้ยหนูรุอารัยขึ้นเยอะมากๆๆๆ

ตอนนี้หนูจาฮึดสู้แล้วคร่า ^^
เกษราภรณ์ เทียนชัย [ 2008-05-26 22:45:57 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 022 ]
ถึง คห.021

ตามที่หนูโพสมาลักษณะการใช้ Photoshop ถ้าใช้เพียงแค่นี้ยังไม่พอนะครับ ถ้าจะสอบเข้าคณะมัณฑนศิลป์ต้องคิดสร้างสรรค์เองได้ด้วย ไม่ใช่แค่ Copy หรือรีทัชงานแค่นั้น ไม่ทราบว่าตอนนี้อยู่ชั้นอะไรแล้วถ้า ม.6 ตอนนี้ต้องฝึกคิดเยอะด้วยๆ เพราะถ้าคิดช้าไม่มีทางทำข้อสอบทัน

ไม่รู้ว่าชอบงาน Photo หรือไม่ถ้าชอบอยากให้ลองเข้าไปศึกษารายละเอียดของ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชานิเทศศิลป์ เอกถ่ายภาพ ของพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง http://www.kmitl.ac.th/doc/art_3.pdf
piphat hutangkabodee [ 2008-05-27 09:45:28 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 023 ]
พี่ค่ะ

คือมีอารายจาถามนิดนึงนะ

เรียนนิเทศศิป์ ต้องใช้คอม ในการช่วยงานช่ายมะ

แต่ยังม่ายเกี่ยวกะการสอบเข้าช่ายปะ


แล้วสอบตรงเดือนตุลาปีเนี้ย

มันต้องสอบวิชาอะไรมั้งอะ


นอกจากวาดเส้น กับความถนัดอะ

วิชาสามัญนะค่ะ

แล้วใช้เกรดรวม กี่เทอมอะค่ะ 4หรือ5เทอม

แล้วถ้าเกรดไม่ถึงที่กำหมดจะมีทางไหมอะ

หนูไม่อยากแอด กลัวจะสู้คนอื่นไม่ได้

ช่วยตอบด้วยนะค่ะ

ตอนนี้ ท้อเหลือเกิน เรื่องเกรด

ขอบคุงร่วงหน้านะค่ะ
สาริณี ขันธเกตุ [ 2008-06-01 14:02:40 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 024 ]
http://my.dek-d.com/Writer/story/view.php?id=384991
ลองเข้าไปอ่านดูค่ะ เห็นว่าเป็นน้องที่เพิ่งสอบติดปีล่าสุดเค้าทำไว้ค่ะถ้าเป็นเรื่องของการเตรียมตัวสอบ หรือวิชาที่ใช้สอบมีอะไรบ้างในนั้นจะมีบอกไว้เป็นสัดส่วนดีมาก จริงๆข้างบนนี้ก็มีค่ะถ้าจะอ่านดูดีๆ แต่ว่ามันติดกันเป็นพรืด อาจจะอ่านยากหน่อย
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-06-01 22:48:30 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 025 ]
แต่ถ้าเกรดไม่ถึงคงหมดสิทธิ์น่ะค่ะ เค้าเอาไม่เยอะนี่คะ
แล้วน้องเรียนอะไรมาคะสายสามัญหรือสายอาชีพ ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ดับเครื่องชนเลย อีกไม่กี่เดือนแล้ว ต้องขยันซ้อมบ่อยๆ ตั้งใจให้มั่นแล้วก็อดทน อะไรไม่จำเป็นต่อการสอบเข้าตัดทิ้งให้หมด เพื่อรั้วศิลปากรค่ะ
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-06-01 22:51:02 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 026 ]
ขอเสริม คห.ที่ 025

ถ้าจากระเบียบการสอบปีที่ผ่านมาไม่มีการกำหนดเกรดขั้นตํา แต่ปีนี้ไม่ทราบว่าจะกำหนดหรือไม่ และเกรดจะคิดเฉลี่ยจาก 4 เทอม (ถ้ามีกำหนดเกรด)
piphat hutangkabodee [ 2008-06-02 12:43:32 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 027 ]
ขอบ คุง มาก น้า คร้าๆๆๆๆ

เรียนสาย วิทย์ คณิต อะ แต่เกรดห่วยมาก 2.69 เอง

จาสู้ ต่อ ไป เฮ้อออออออ

หุหุ

ขอบ คุง จิงๆๆค่ะ
สาริณี ขันธเกตุ [ 2008-06-02 14:06:48 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 028 ]
แต่ก่อนโน้นก็ไม่มีนะคะคุณอา แต่เมื่อปีก่อนถามอาจารย์เห็นบอกว่ามี ก็ยังงงๆอยู่ค่ะว่าตกลงมีหรือไม่มีกันแน่ เพราะถ้ามีจริงมันก็ดูแปลกๆนะคะ เรียนออกแบบมันไม่ได้เครียดถึงขนาดต้องเกรดเท่านั้นเท่านี้ถึงจะมีสิทธิ์สอบ เพราะยังไงมันก็มีคะแนนสอบวิชาสามัญ + คะแนนปฏิบัติก็น่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเรามีประสิทธิภาพพอที่จะเรียนได้ (ในความคิดหนูน่ะนะคะ)
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-06-02 16:20:25 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 029 ]
เกรด 2.69 ไม่ห่วยหรอกค่ะ ปกติ (ในความคิดพี่น่ะนะ) เพราะเด็กจบ 4.00 จากโรงเรียนเก่ามาก็ทำคะแนนรวมไม่พอยื่นคะแนนเข้ามัณฑนศิลป์ก็มีค่ะ
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-06-02 16:22:37 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 030 ]
จิง ค่ะ พี่ มันต้องวัดกันที่ ฝี มือ

มิใช่เกรด

มีกำลังจัย ขึ้น มาแว้วว

ขอบคุงพี่มากนะ ค่ะ

แง่มๆๆ -/-
สาริณี ขันธเกตุ [ 2008-06-02 17:32:06 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 031 ]
ตั้งแต่เริ่มติมตามข่าวประมาณปี 2548 ก็มีการกำหนดเกรดแล้วรู้สึกว่าจะเป็น 2.75 (ไม่แน่ใจ) พอมาปี 2549 ก็ยังกำหนดเกรดอยู่ จนกระทั่งปี 2550 (ปีที่ผ่านมานั้นแหละ) จึงไม่มีกำหนดเกรด ข่าวว่าคนสมัครเยอะมาก

ผมก็เห็นด้วยนะว่าไม่ควรกำหนดเกรด เพราะมันเป็นการจำกัดสิทธิ์คนสมัครโดยไม่ยุติธรรม (ขัดกับรัฐธรรมนูญด้วย ทันสมัยซักหน่อย) อย่างหนูชลาชินีพูดถูกต้องเลย คนที่จะเรียนด้านนี้ส่วนใหญ่ต้องใจรักอันดับแรกเลย ประเภทไม่รู้จะเรียนอะไรแล้วมาเรียนไม่น่ามี
piphat hutangkabodee [ 2008-06-02 17:46:53 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 032 ]
ประเภทที่ว่าไม่รู้จะเรียนอะไรแล้วมาเรียนก็มีค่ะ แต่สอบเข้าไม่ได้ สมัยหนูสอบมียเยอะมากๆค่ะ พอเข้าห้องสอบเจอหน้าเพื่อนเก่าๆแล้วงงเลย เอ่ นี่มันสนใจทางนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่น้อ จำได้ว่ามีคนสอบนิเทศศิลป์ 2พันคนเศษค่ะ เยอะมากๆ
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-06-02 22:06:01 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 033 ]
นิเทศศิลป์ที่ว่าเฉพาะของศิลปากรนะคะ นั่งบวกเอาเองตอนเค้าประกาศคะแนนว่ามีคนได้คะแนนช่วงนั้นๆกี่คนน่ะค่ะ
เพิ่งรู้จากคุณอานะคะว่าเค้าจำกัดเกรดด้วย สงสัยจะรุ่นหลังหนูสอบ(47)
ที่บอกว่าเคยถามอาจารย์น่ะค่ะ ก็ถามเค้าไปด้วยว่าทำไมถึงจะต้องจำกัดเกรดด้วย อย่างนี้ถ้าคนสอบได้คะแนน 100 เต็มแต่เกรดเฉลี่ยไม่ถึงก็ไม่มีสิทธิ์จะเรียนเหรอคะ แต่พออาจารย์ตอบกลับมาก็ถูกนะคะว่าถ้าเค้าได้เกรด1.5หรือ1กว่าๆ คำถามคือทำไมเค้าถึงได้แค่นั้น เกรดที่กำหนดก็เอาแค่พอจะคุยกันรู้เรื่อง คือประมาณที่คุณอาว่านั่นล่ะค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่า 2.5หรือ2.75
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-06-02 22:19:56 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 034 ]
แต่จากประสบการณ์ตัวเอง คนเรียนไม่เก่งมีมนุษยสัมพันธ์ดีกว่าคนเรียนเก่งนะคะ การเข้าหากันไม่มีผลประโยชน์ใดๆแอบแฝงค่ะ จริงใจดี หรือเพราะหนูเองก็เรียนไม่เก่งก็ไม่รู้ค่ะ เอิ๊กๆ(หัวเราะ)
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-06-02 22:23:26 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 035 ]
เท่าที่รู้ปีทีผ่านมาเฉพาะเอกนิเทศศิลป์อย่างเดียวปาเข้าไปประมาณ 3,xxx คน แล้วเอกอื่นๆ อีก รวมแล้วน่าจะร่วมหมื่น (คงมาจากการไม่จำกัดเกรดด้วย)

พูดถึงสังคมของสาขานี้ ผมว่าเป็นสังคมที่เกื้อกูลกันดีในระดับหนึ่ง (อยู่ที่สถาบันด้วย) ส่วนใหญ่คนที่สามารถเรียนจนจบต้องใจรัก+อดทน+ลุย มี 3 องค์ประกอบนี้ผมว่าเรียนได้เลย เรื่องฝีมือและจินตนาการหมั่นฝึกฝนและใฝ่หาสามารถพัฒนาได้ครับ
piphat hutangkabodee [ 2008-06-03 09:09:16 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 036 ]
เออพี่ค่ะ

แล้วพี่รู้เปล่าอะ

ว่าเขาเริ่มรับสมัครกันเมื่อไหร่ ปี51อะ

-*- มารบกวนอีกและ

ขอโทดนะค่ะ
สาริณี ขันธเกตุ [ 2008-06-09 17:44:08 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 037 ]
น่าจะประมาณเดือน สค.-กย. ยังไงคอยตามดูที่ www.decentrance.su.ac.th เพราะเว็บนี้จะเป็นที่สมัคร
piphat hutangkabodee [ 2008-06-10 08:48:20 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 038 ]
ก่อนวันสอบประมาณ 1 อาทิตย์จะมีการติว 7 วัน ทุกภาควิชาของคณะมัณฑนศิลป์ ทุกปีนะคะ ถ้าน้องๆที่สมัครสอบแล้วบ้านอยู่ กทม ก็ลองมาดูคู่แข่ง จะได้มีโอกาสเปิดหูเปิดตา ศึกษางาน-ความคิดกันและกันค่ะ
ถ้ายังไงเรื่องสอบก็คงต้องติดตามจากเว็บที่คุณอาพิพัฒน์บอกไว้ข้างบนนี้ค่ะ
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-07-01 00:47:42 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 039 ]
อยากรู้ค่าเทอมของ

มัณฑนศิลป์ออกแบบเครื่องแต่งกายค่ะ

ได้ข่าวมาว่าค่าเทอมแพง

40000

ถ้าหลักสูตร4ปีนิก้อ40000หรอค่ะ

แหะๆ

แบบว่าอยากเรียนนะค่ะมากๆๆๆๆเลยค่ะ

แต่ค่าเทอมนิโหดจัง

พอจะมีทุนมันค่ะ
พิมลพรรณ ชัยประเสริฐ [ 2008-08-10 21:00:15 ]    
 
ความเห็นที่ : [ 040 ]
ทุนกู้ยืมไงคะ เห็นมีใครบอกในบอร์ดว่า 38,000 นะคะปี้นี้ แล้วเห็นเค้าบอกว่ามีแนวโน้มว่าจะถูกลงในปีหน้า
ชลาชินี ศุกระรุจิ [ 2008-08-20 23:49:47 ]    
 

   
สำหรับท่านที่ต้องการตอบกระทู้กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อน



< Back
   
คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร 31 ถ.หน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทร. 0-2221-5874 โทรสาร 0-2225-4350
Faculty of Decorative Arts, Silpakorn University, Bangkok, Thailand 10200, Tel. (662) 221-5874 Fax. (662) 225-4350